ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ลิงค์ลับ...ใช้สำหรับการลงทุน
dot
bulletอารมณ์ตลาด
bulletตลาดเอเชียและทั่วโลก
bulletข้อมูลรายบริษัท/หลักทรัพย์
bulletThai Value Investor
bulletมุมมองนักวิเคราะห์
bulletOpportunity Day
bulletOpp Day แบบ 2
bulletการซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร
bulletข่าววันนี้
bulletPantip สินธร
bulletสรุปมูลค่าการซื้อขาย
bulletTFEX สรุปยอด
bulletราคา สินค้าโภคภัณท์
bulletใครถือหุ้นอะไร ?
dot
โลกภายนอก (โลกแห่งการลงทุน)
dot
bulletคำพูดอมตะ
bulletเลียนแบบคนเก่ง
bulletเอกสารลับ การลงทุน
bulletศาสตร์และศิลป์
bulletKID INDEX
dot
สาระน่ารู้เกี่ยวกับการลงทุน
dot
bulletห้องเทรดหุ้น
bulletโต๊ะคอมพิวเตอร์
bulletต่อคอม ให้ออกหลายจอ
bulletแมว 9 ชีวิต
bulletเลขยกกำลัง
bulletDown Load
bulletสถิติสำคัญของตลาด
bulletเส้นกำไร
dot
ลิงค์ของผู้สนับสนุน
dot
bulletเอ็นต้า กวดวิชา
bulletStorage.3bb
bulletลิงค์ลับ...ใช้สำหรับการลงทุน


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


ศาสตร์ ที่ใช้ในการลงทุน article

แค่เข้าใจคำว่า "เปอร์เซ็นต์" ก็เพียงพอ เกินจากนี้ผมเรียกว่า มากเกินความจำเป็น

        คณิตศาสตร์สำหรับการลงทุน ปีเตอร์ ลินช์ ยืนยันว่า แค่คณิตศาสตร์ ป.4 ก็ครอบคลุมศาสตร์สำหรับการลงทุนทั้งหมด แต่ถ้าเจาะจง ว่าศาสตร์เรื่องอะไร ผมก็จะตอบว่า "เปอร์เซ็นต์" ถ้าเด็กประถมเก่งเรื่องเปอร์เซ็นต์ ก็สามารถลงทุนได้ดีกว่า เด็ก MBA  ที่มัวแต่สนใจ  คณิตศาสตร์ชั้นสูงที่สลับซับซ้อน สำหรับการลงทุน

        ใครเก่งเรื่องเปอร์เซ็นต์ ถือว่าศาสตร์การคำนวณสำหรับการการลงทุนไม่มีปัญหา  การคำนวณที่ยากที่สุดที่ผมเห็น ก็คือ "เปอร์เซ็นต์ต่อเนื่อง" หรือที่เรียกว่า "ทบต้นทบดอกหรือเลขยกกำลัง" อะไรที่ยากเกินกว่านี้ผมเรียกว่าเป็นคณิตศาสตร์ชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น แคลคูลลัส อินทิเกรต และตรีโกณมิติ ซึ่งไม่มีความจำเป็นสำหรับการลงทุน 

        ปัจจุบันผมใช้แต่ "เปอร์เซ็นต์" จนชำนาญ  และลืมเรื่องคณิตศาสตร์ชั้นสูงไปหมด ผมคืนให้กับมหาวิทยาลัยไปแล้ว  ใครที่อยากทำให้ผมดูแย่และด้อย ให้ถามผมเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ชั้นสูง  สำหรับการลงทุนต่อหน้าคนอื่น รับรองได้ว่าผมงงเป็นไก่ตาแตก แน่นอนครับ

       ข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง  ของคณิตศาสตร์ชั้นสูงที่ลึกลับ ใครที่ไม่เข้าใจถือว่าโชคดีครับ และไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจนะครับ  เมื่อก่อนผมก็ใช้ศาสตร์อย่างนี้ในการลงทุน ผมอดคิดไม่ได้ว่าผมโดนดึงดูดให้เข้าไปได้อย่างไร  หรืออาจเป็นพราะว่า  ผมเคยเป็นเด็กสายวิทย์  แต่วันนี้ผมกลับคิดว่า  ศาสตร์ลึกลับเหล่านี้  จะไปทำนายอนาคตของบริษัท ได้ดีกว่าที่เราไปลองใช้สินค้าหรือบริการนั้น  ๆ  ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 (รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส) ของตัวเราเองได้อย่างไร   

 

จากสมการคณิตศาสตร์ข้างต้น คอมพิวเตอร์ก็่จะนำมาใช้สร้างเป็นเครื่องมือใช้งานทางเทคนิค

 

 

 

           โปรแกรมคอมพิวเตอร์จะกำหนดจุด ซื้อ ขายออกมาให้ เสมือนเป็นเครื่องมือวิเศษในโลกการลงทุน  ที่โนบิตะได้จากกระเป๋าโดราเอมอน  นอกจากนี้ยังมีคณิตศาสตร์ชั้นสูงกว่านี้ สลับซับซ้อนกว่านี้ ใครทำได้ซับซ้อนกว่า จะดูน่าเชื่อถือมากกว่า และผมพบว่า สาวกในศาสตร์เหล่านี้จะมีมากกว่าสาย VI  จำนวนสาวกดูได้จากจำนวนสมาชิกเว๊ปไซค์ที่ออนไลน์ในแนวนี้ หรือดูจากหนังสือที่วางขายตามชั้นวาง หนังสือแนวนี้จะติดอันดับ Best Seller มากกว่าแนว VI

           ในฐานะผมเป็นอดีตสาวกของศาสตร์เหล่านี้ ผมเข้าใจดีว่า  ศาสตร์เหล่านี้ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องจำเป็นต้องใช้เวลาวิเคราะห์หุ้นเป็นวันสำหรับหุ้น 1 ตัว เหมือนที่เด็กประถมหรือนักเรียนของผมทำกัน  เพียงแค่คุณไม่ต้องสนใจที่มา  ของศาสตร์สลับซับซ้อนเหล่านี้  คุณก็ยังสามารถใช้งานได้ พิมพ์ชื่อหุ้นของคุณในเครื่องมือ  ที่เขาเตรียมมาให้ก็ใช้งานได้ทันที  นอกจากนั้นศาสตร์เหล่านี้  ยังสามารถช่วยป้องกันความเสียหายอันใหญ่หลวง ได้หลายครั้งในภาวะตลาดถดถอย เพราะเครื่องมือเหล่านี้จะคอยเตือนให้คุณหนี เพียงแค่คุณทำตามคำสั่งของคอมพิวเตอร์  ด้วยเหตุผลดังกล่าวจำนวนของสาวกจึงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

          ผมเคยสนทนากับเพื่อน ๆ ที่เรียนจบวิศวกรรม  ด้วยกันที่ใช้ศาสตร์ด้านนี้เป็นแกนหลักสำคัญ  ในการลงทุน  พวกเขาบอกกับผมว่า "ไม่รู้จะยึดหลักอะไร อย่างน้อยก็มีหลักให้ยึด"     เหตุผลของพวกเขาพอที่จะรับฟังได้ ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน  อย่างที่เด็กประถมหรือนักเรียนของผมมี  ก็ไม่ผิดที่จะหาหลักยึด ผมปล่อยให้เพื่อน ๆ ของผมลองพิสูจน์การลงทุนตามความเชื่อของเขาดู เพราะผมก็คิดว่าก็คงไม่เสียหายอะไรมาก แต่ผมก็ทิ้งท้ายให้กับพวกเขาว่า ถ้าพอร์ตไม่โต และรู้สึกว่าพายเรือในอ่าง ให้ลองมาศึกษาแนวความคิดคนเก่งระดับโลก ทั้ง 3 ท่าน เบนเกรแฮม วอร์เรน บัฟเฟตต์ และ ปีเตอร์ ลินช์  เพราะคนเก่งเหล่านี้เขาไม่เชื่อ ในศาสตร์ด้านเทคนิคอลพวกนี้ นอกจากนั้นถ้าคนที่ให้น้ำหนัก  กับด้านนี้มากไป คน ๆ นั้นก็อาจจะพ่ายแพ้ได้ง่าย ๆ แบบ เซอร์ไอแซ็คนิวตัน ก็ได้

         มาถึงจุดนี้ ถ้าเด็กประถมเล่นหุ้นของผม  มีความรู้และชำนาญเรื่องเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าพื้นฐานคณิตศาสตร์ สำหรับการลงทุนมีเพียงพอแล้ว  ซึ่งมีตัวเลขสำคัญสำหรับการลงทุนมีไม่กี่ตัวเช่น พีอี หนี้สินต่อทุน เงินปันผล มูลค่าหุ้น สินค้าคงคลัง และ กำไรก่อนภาษี   ตัวเลขเหล่านี้ล้วนแต่ใช้หลักการของ เปอร์เซ็นต์ทั้งนั้น  แต่สิ่งที่ผมจะเน้น  ผมเน้นศิลปะการลงทุนมากกว่า 

        อีกเหตุผลสำคัญที่  ผมไม่สนใจศาสตร์เทคนิคคอล หรือศาสตร์ที่ลึกลับเหล่านี้  เพราะผมเชื่อว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มมากขึ้น คือ กำไร กำไร กำไร ของบริษัทเท่านั้น ไม่ไช่เพราะ เส้นกราฟตัดกันขึ้น (Golden Cross) หรือ การก่อตัวของแท่งเทียนเป็นรูปร่างต่าง ๆ เหมือนก้อนเมฆ

       การคาดการณ์ กำไรในอนาคต สามารถทำได้ โดยการใช้ศิลปะ มุมมอง ประสบการณ์ ประสาทสัมผัสทั้ง 5 มองตัวธุรกิจ วิเคราะห์รูปแบบการทำเงินของตัวธุรกิจ ก็จะสามารถบอกได้ว่า ธุรกิจนั้น จะอยู่หรือจะไป  การวิเคราะห์โดยใช้ศิลปะบ่อย ๆ ไม่นาน คุณก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ 

 

                                           นาย Big Jump




ศาสตร์และศิลป์ สำหรับเด็กประถม

10 เหตุผลที่ศาสตร์ทางด้านเทคนิค ไม่มีความจำเป็น (1) article
10 เหตุผลที่ศาสตร์ทางด้านเทคนิค ไม่มีความจำเป็น (2) article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (155443)

ขอบคุณค่ะ ...  จบประถมมานานมากกกแล้ว  แต่จะขอเป็นลูกศิษย์ด้วยคนได้มั้ยคะ

พัชริดา  นพศรี

ผู้แสดงความคิดเห็น พัชริดา นพศรี (sexymommam-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-06-13 20:17:11



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2011 All Rights Reserved.