ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ลิงค์ลับ...ใช้สำหรับการลงทุน
dot
bulletอารมณ์ตลาด
bulletตลาดเอเชียและทั่วโลก
bulletข้อมูลรายบริษัท/หลักทรัพย์
bulletThai Value Investor
bulletมุมมองนักวิเคราะห์
bulletOpportunity Day
bulletOpp Day แบบ 2
bulletการซื้อขายหุ้นของผู้บริหาร
bulletข่าววันนี้
bulletPantip สินธร
bulletสรุปมูลค่าการซื้อขาย
bulletTFEX สรุปยอด
bulletราคา สินค้าโภคภัณท์
bulletใครถือหุ้นอะไร ?
dot
โลกภายนอก (โลกแห่งการลงทุน)
dot
bulletคำพูดอมตะ
bulletเลียนแบบคนเก่ง
bulletเอกสารลับ การลงทุน
bulletศาสตร์และศิลป์
bulletKID INDEX
dot
สาระน่ารู้เกี่ยวกับการลงทุน
dot
bulletห้องเทรดหุ้น
bulletโต๊ะคอมพิวเตอร์
bulletต่อคอม ให้ออกหลายจอ
bulletแมว 9 ชีวิต
bulletเลขยกกำลัง
bulletDown Load
bulletสถิติสำคัญของตลาด
bulletเส้นกำไร
dot
ลิงค์ของผู้สนับสนุน
dot
bulletเอ็นต้า กวดวิชา
bulletStorage.3bb
bulletลิงค์ลับ...ใช้สำหรับการลงทุน


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


10 เหตุผลที่ศาสตร์ทางด้านเทคนิค ไม่มีความจำเป็น (1) article

     พูดถึง 10 ปี แรกของชีวิตการลงทุนของผม ผมก็เน้นการใช้  ศาสตร์ทางเทคนิคอลเป็นหลัก ในการเก็งกำไร  ทั้งเบื้องต้นและชั้นสูง ถึงแม้ว่าความล้มเหลวจากการเก็งกำไรของผม  ไม่ได้มาจากศาสตร์ทางเทคนิคอล ประเด็นหลักความล้มเหลวในช่วงแรกของผม  อยู่ที่ความผิดพลาดเรื่องการจัดการบริหารการเงิน และเมื่อผม ประสบความสำเร็จการใช้ศาสตร์ทางเทคนิคอล  ในการทำกำไร ก็เหมือนไม่สามารถฝ่าด่านกำแพงความมั่งคั่งไปได้  เหมือนมันจำกัดวงเงินของความมั่งคั่งไว้ที่ระดับหนึ่ง ไม่ให้สามารถ "ทบต้นทบดอกได้"  

    มา 10 ปี หลังของชีวิตการลงทุน ด้วยความชอบอ่าน ผมได้ศึกษาประวัติคนที่ทำเงินได้มากที่สุดในโลกในตลาดทุน และแนวคิดของพวกเขา ศิลปะและศาสตร์ที่ใช้ในการลงทุน ผมพบว่ามันมีวิธีที่ทำเงินในตลาดทุน  โดยไม่จำเป็นต้องใช้ศาสตร์ทางเทคนิคคอล  แม้แต่น้อยนิด และสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ และทลายกำแพงความมั่งคั่งทุกระดับขึ้นไปได้  โดยไม่จำกัดความความรวย

   ผมจะยกเหตุผล  ที่ผมพอจะจินตนาการออก  ถึงเหตุผลที่ไม่ต้องใช้ กราฟทางเทคนิคอล  เข้ามาเกี่ยวข้องกับการลงทุน  ได้ดังนี้ครับ 

1.วอเร็นบัฟเฟต์ นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ ตลอดระยะเวลาการลงทุน 45 ปี ภายในห้องทำงานของเขา  ไม่มีแม้แต่คอมพิวเตอร์ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงกราฟเทคนิคอลต่าง ๆ แต่วิธีและศิลปะของเขา  สามารถสร้างผลตอบให้สูงอย่างต่อเนื่องหลายปี และไม่จำกัดวงเงินลงทุน และกลายเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกหลายปีติดต่อกัน

2.หุ้นบางตัวของวอเร็นบัฟเฟต์ถือนานถึง 20 ปี ด้วยจำนวนหุ้นที่มาก ชนิดที่ถ้าขายในกระดานอาจจะใช้เวลาเป็นเดือน  จึงจะระบายออกได้หมด ถ้าเรานำราคาหุ้น  มาสร้างกราฟและใส่สูตรลับสำเร็จรูปเข้าไป ตลอดเวลา 20 ปี ผมคิดว่า คอมพิวเตอร์คงส่งสัญญาณให้ขายไม่ต่ำกว่า 50 ครั้ง ถ้าวอเร็นบัฟเฟต์เชื่อ  ก็คงยังไม่ได้เป็นนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ในวันนี้ นอกจากนั้นยังมีปัญหากับจำนวนหุ้นที่มาก ที่จะต้องขายและต้องซื้อกลับเข้ามาอีก 

3.ปิเตอร์ลินช์ ตลอดระยะเวลาที่บริหารกองทุน 13 ปี ด้วยจำนวนหุ้น 1,400 ตัว จะบริหารพอร์ตหุ้นอย่างไร  ด้วยศาสตร์ทางด้านเทคนิคอล ถ้าคอมพิวเตอร์มันสั่งขายหุ้นออกมาพร้อม ๆ กันในภาวะตลาดหมี นึกภาพแล้วมันดู สับสน อลเวง นอกจากนั้นขายแล้วเงินจำนวนมากจะเอาไว้ไหน เมื่อคอมพิวเตอร์มันสั่งซื้ออีกครั้ง  ทั้งจำนวนหุ้นที่มากตัว และมากด้วยปริมาณ  จะซื้อคืนได้ทันท่วงทีได้อย่างไรในเวลาที่จำกัด

4.แม้ว่าปีเตอร์ลินช์จะไม่เชื่อในศาสตรที่ลึกลับนี้  มีครั้งหนึ่งเขาเคยถามผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคอลถึงหุ้นตัวหนึ่งว่ามีมุมมองอย่างไร และได้รับคำตอบว่า "เข้าเขตซื้อมากเกินไป" ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สนใจมันในตอนนั้น และราคาหุ้นได้ปรับตัวสูงขึ้นไปอีก ศาสตร์ที่ลึกลับนั้นได้มีเริ่มมีอิทธิพลต่อเขา ทำให้เขาคิดว่า ราคาที่สูงขึ้นตอนนี้ต้องเรียกว่า เข้าเขตซื้อมากเกินไปของมากเกินไป ทำให้เขาตัดสินใจขายหุ้นนั้นออกไป หลังจากนั้นหุ้นตัวนั้นก็ยังปรับตัวสูงขึ้นไปอีกเท่าตัว เหมือนกับที่เขาคิดไว้ในตอนแรก จากบทเรียนนี้จะชี้ให้ว่า ศาสตร์ที่ลึกลับนี้มีอำนาจพอที่จะทำให้คนที่มั่นคงต่อรูปแบบการลงทุน  ไขว่เข่วในบางครั้งได้เหมือนกัน ถ้าเราเป็น เด็กประถมเล่นหุ้น และยังไม่เคยเรียนศาสตร์เทคนิคอลก็ถือว่าโชคดี ที่ไม่ต้องเอามันออกไปจากสมอง และไม่ต้องมาคอยกังวลใจ ที่ราคาหุ้นของเราปรับตัวสูงขึ้น เข้าเขตซื้อมากเกินไป

5.เมื่อเราได้วิเคราะห์หุ้นสักตัวหนึ่ง ด้วยศิลปะชั้นสูงและศาสตร์ชั้นประถม และพบว่าอยู่ในระดับที่น่าลงทุนมาก แต่เนื่องด้วยเป็นหุ้นขนาดเล็กและสภาพคล่องไม่มากพอที่จะเก็บภายใน 1 วัน ก็ต้องใช้วิธีค่อย ๆ ซื้อหุ้นเก็บ เพื่อไม่ให้ราคามันกระชาก  ไปสู่ระดับที่แพง อาจจะใช้ระยะเวลาในการเก็บหุ้นเป็นเดือนสำหรับบางตัว แต่ถ้าเราได้หุ้นที่น่าสนใจมาลงทุนแล้วรอให้คอมพิวเตอร์มันสั่งซื้อเสียก่อน เราจะเก็บได้ในจำนวนที่น้อยและในราคาที่เริ่มแพง คุณอาจจะแย้งว่าพอร์ตเล็กการเข้าซื้อไม่มีปัญหา  ซื้อครั้งเดียวก็ได้ครบ ก็ต้องตอบว่าใช่ แต่นั้นก็หมายถึงมวยรุ่นเล็ก ไม่ใช่มวยรุ่นใหญ่ครับ ที่ในท้ายที่สุดแล้ว คุณก็จะมีปัญหาเดียวกัน

อ่านต่อ  http://www.kid-vi.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539372903&Ntype=5




ศาสตร์และศิลป์ สำหรับเด็กประถม

ศาสตร์ ที่ใช้ในการลงทุน article
10 เหตุผลที่ศาสตร์ทางด้านเทคนิค ไม่มีความจำเป็น (2) article



Copyright © 2011 All Rights Reserved.